วันศุกร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2554

somewhere beyond the sea

Bye bangkok, hello huahin

 ลาแล้วเมืองหลวง บ้ายบายโปรเจค เจอกันนะรถติด จุ๊บๆมลพิษ :P จะไปทะเลลลลลลลลล
สวัสดีคลื่น สวัสดีลม สวัสดีแดดเปรี๊ยงๆ สวัสดีแหม่มอาบแดด สวัสดี.. หมาทะเล..
เราออกจากกรุงเทพประมาณ เก้าโมงเกือบๆสิบโมง นั่งรถตู้จากอนุเสาวรีย์ ใช้เวลาโดยเฉลี่ยในสภาพถนนโล่ง คือ สองชั่วโมงครึ่ง ผ่านข้างทาง ตอนเช้าหน้าหนาวสวยมว๊ากกกกก เรามี infographic : how to go huahin  มาด้วย ^^

ทีนี้พอเราถึงหัวหิน เราก็ไปอย่างไร้ซึ่งแผนการณ์ใดๆ เราไม่รู้ว่าเราต้องพักที่ไหน มีอะไรเที่ยว(นอกจากทะเลแลเพลินวาน .. เรามีข้อมุลแค่นี้) เปิดประตูรดมาก็มีคุณป้ามอเตอร์ไซค์รับจ้างมาช่วยเหลือเราอย่างไม่ทันตั้งตัว เราฝ่าฝืนกฎจราจรว่าด้วยการซ้อนสาม ป้าพาเราไปย่านที่พักแบบติดทะเลตามที่เราขอ สนธิราคาที่ 80 บาท แล้วที่พักห้องก็ใหญ่พอสมควร มีระเบียง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น แอร์ ทีวี ตุ้เย็น น้ำอุ่น สบู่ ผ้าเช็ดตัว... สนธิราคา 1200 บาทไม่ขาดไม่เกิน และไม่รวมอาหารเช้าด้วยสิ ด้วยความที่หาดติดทะเล เราวางของแล้วก็รีบร้อนอยากเห็นทะเลใจจะขาด ทำตัวเหมือนเกิดมาไม่เคยไปมาก่อน เปลี่ยนชุดแล้วออกหาดเลย โชคดีไม่ต้องเดินอ้อมเพราะว่ามีที่ดินที่เค้าไม่ได้เอาไปสร้างอะไรเปิดให้คนเข้าออกได้ ตรงนั้นมีต้นไม้ต้นนึงพี่คนที่ดูแลที่ดินว่ากิ่งนี้มีคนถักเป็นเปียไว้ตั้งแต่มันยังเล็กๆ จนตอนนี้ ต้นมันมหึมามาก กลายเป็นต้นเปียยักษ์ไปซะแล้ว.. กะว่าจะเอาไปยื่นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกประชดเขมรอาจจะดี  เดินไปเรื่อยๆ จนออกไปที่หาดแล้วก้ โอ้ว นี่มันมาลีบูหรืออะไร ทำไมไม่มีคนหน้าตาแบบเรา ตกลงเราอยู่หัวหินจริงรึเปล่านะ แหม่มอาบแดดเต็มหาด หนุ่มล่ำ ยัน แก่อ้วนพุงพุ้ย มากมาย แต่ไอ่หน้าคล้ายๆเราไม่เห็นจะมี รู้สึกละอายด้วยผ้าผ่อนที่มากมายเกินคนย่านนั้น เดินออกมาหาอะไรที่ เวรี่ไทยดีกว่า

เรานั่งรถสองแถวออกไปเพลินวานกัน คนละ 10 บาท ซึ่งตอนแรก พี่ที่เกสเฮ้าส์บอกว่า ไปแท็กซี่สิ(คือตุ๊กๆยักษ์) 150 เอง หรือว่าจะนั่งรถเกสเฮ้า 100 บาท ซึ่ง คิดอยู่ว่า มันจะได้อะไรระหว่างทางมั้ยนะ แล้วเราก็ตัดสินใจ ออกไปหาสองแถวพื้นเมืองขึ้นกันเอง และเก๋มากตรงที่ เราได้รู้จักคนแบบเจอแป๊ปๆ แต่คุยแล้วยังกะรู้จักกันนานด้วย ทั้งน้องตุ๊ดต่างถิ่น และกรุ๊ปคนหลงทางอีกกรุ๊ป แข่งกันหลงแน่เลย เราไปถึงเพลินวาน การแต่งกายของเราดูปกติมากขึ้น และทำตัวเป็นทัวริสสุดขีด ถ่ายรูปแบบไม่เว้นระยะหายใจ เพลินวานก็มีที่อยู่แค่นั้น เดินซ้ำๆที่เดิมๆก็ยังคงเดินไปเดินมา ขึ้นๆลงๆ กินข้าวก็แล้ว กินน้ำก็แล้ว กินติมก็แล้ว วุ้นก็แล้ว โปสการ์ดก็แล้ว ถ่ายรูปก็แล้ว เหนื่อยแล้ว พัก ฟังเพลง(เพราะมากอยู่ๆก็มีวงบอสซ่ามาเล่น) กลับที่พักดีกว่า นั่งรถกลับไปที่พักได้ถ่ายรูปกับหลักกิโลแอบกัวๆว่าตำรวจจะมาจับมั้ย สิงของราชการโดนเราจับไปลูบๆคลำๆ ปุ้ยี่ปุ้ยำ จนภาพลักษณ์หลักกิโลผู้ทรนงอดทนแม้วันแดดจัดหมดไปอย่างสิ้นเชิง ...

สุดท้ายก็ถึงที่พักเราไปเปลี่ยนชุดลงน้ำแล้วลงหาดไปเลย ช่วงที่เราไปดีมาก เพราะหัวหินไม่มีคน (แต่ยังคงอยู่ในช่วง high season)  แล้วก้มีม้าตัวน้อยตัวใหญ่วิ่งเล่นเต็มหาด วิวก็สวยๆ มีที่นอนทอดกายอาบแดดฟรีๆ สบ๊ายยยย !!!

พอดึกๆหน่อยท้องก็ร้อง เลยเดินออกมาหาอะไรกินประมาณทุ่มครึ่งที่นี่ก็ถึงมาก เราใช้วิธีเดินกันไปจนถึงตลาดโต้รุ่ง หรือ คล้ายๆ ถนนคนเดินทั่วไป แต่ที่เก๋ตรงที่อาหารทะเล ชอบร้านตรงแยกมาก มีออส่วนมหาหอยนางรม และ มหาเห็ดผัดกุ้งน้ำมันหอย... อร่อยโคดดด ดูเหมือนสั่งน้อย.. แต่ๆ กินไม่หมดด แบบ จะอวกเป็นหอยแล้วค่ะ ช่วยด้วย ไม่น่าใส่ชุดเน้นสัดส่วนมาเลย เลยเห้นความตะกละอย่างชัดเจน ไม่พอ เราทานของหวานต่อ เรียกว่า "กะลอจิ๊" ที่นี่เค้ามีใส่เผื่อ กะใส่ถั่วด้วย แต่เราสั่งใส้ออริจินัล (เค้าเขียนยังงี้จิงๆไม่ได้กระแดะแต่อย่างใด) มากิน บี๋เอาไปกินแล้วติดใจ นี่ขนมอะไร ฉันไม่เคยรู้จักมาก่อน ... เอาจิงดิ่  ไม่อยากเชื่อ 5555 เดินเล่นซักพัก หาทางกลับโดยแทกซี่(ตุ๊กๆ)  แล้วไปนอนจุกข้าวเย็นตายบนเตียงดุรายการอะไรซักอย่างที่แข่งขันร้องเพลง.. เพี้ยนมาก ตั้งแต่ผุ้เข้าแข่งขันยันกรรมการ

จนตื่นขึ้นมา ลุกออกไปเดินเล่นทะเลให้อิ่มน้ำเค็ม (แต่กลายเป็นมนุษย์แดดเดียวแทน /แดดเดียวดำไปจนตาย) แล้วก้กลับที่พักมาเตียมตัวกลับ ก็ไปเดินเที่ยว เท่าที่เท้าจะพาไปได้ ซึ่งก้หลายที่ทีเดียว ไปทรุคอฟฟี่สวยๆ แล้วก็ สถานีรถไฟหัวหิน ผ่านร้านโขมพัสตร์(ทำใหตะหงิดๆกะโปรเจคเทคไทล์ที่ไปไม่ค่อยรอด) แล้วกลับสุ่กรุงเทพฯ บ้านเกิดเมืองนอน ห้าโมงเย็นโดยประมาณ กลับมานั่งเซงทำโปรเจคต่อไป
...
สวัสดี บางกอก